เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ผมได้แบกสังขารไปงาน Comicseason#6 มา เพราะจองบูธไว้ กะว่าจะทำโมเดลกระดาษไปขาย ในตอนแรกที่วางแผนไว้ ผมมีเวลาเกือบ 11 สัปดาห์ ซึ่งคิดว่าน่าจะทำผลงานเดิมที่ทำไว้แล้ว 3 ชิ้นงาน กับผลงานใหม่ได้อีกราวๆ 2-3 ตัวด้วย แต่เอาเข้าจริง ผ่านไป 7 สัปดาห์ ...ฟิ้วววว  3D ตัวใหม่เสร็จแค่ตัวเดียว แถมยังไม่ได้จัดท่าแกะแบบ (ก็โม3D Miku เอนทรี่ที่แล้วไงครับ)
พอของใหม่ไม่เสร็จ ก็มาทำของเก่า(ที่ยังไม่เรียบร้อยดี) แก้ไปแก้มา ทำโน่นนี่เพลิน ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์  ...ฟ้าวววววว  งานเข้าละตรู ยังไม่ได้เริ่มประกอบเลย
เหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ไม่ถ้วนด้วย (เพราะเผื่อเวลาพักผ่อนก่อนไปงาน 1 วัน) ก็คิดว่า คงทันวะ  .......สุดท้ายคือ ไม่เสร็จอยู่ดี แถมไม่เสร็จซักตัวเลยด้วยนี่สิ

ในเมื่อผิดพลาด ไม่เป็นไปตามคิด เพราะบริหารเวลาไม่ดี ในกลางดึกวันเสาร์(ที่น่าจะได้พักผ่อนเต็มที่) ผมจึงตัดสินใจว่า งานที่ทำค้างอยู่จะขนไปทำมันในงานนี่แหล่ะ
ส่วนชิ้นที่นำไปแสดงก็ขนโมกระดาษที่เคยต่อไปตั้งแทน เพราะไม่มีของขายแล้ว สรุปได้เช่นนี้ แล้วผมก็นอนตอนตี 2ครึ่ง ...(น่าจะคิดได้ไวกว่านี้นะตรู)

ณ เวลา 5.35 น. เสียงเพลง Aoi Iro ก็ค่อยๆดังขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า จากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตอนที่สลึมสลือยื่นมือมากดปิด มันดังมากี่ครั้งแล้วผมก็จำไม่ได้หรอก รู้แต่ว่า
ง่วงมากกกกคร้าบ ขอกรูนอนต่อสัก 1 ล้านปีแสงได้ไหม (นอน3 ชม./วันมา3 วันเอง) แล้วสติก็ค่อยๆปรับสภาพจึงระลึกได้ว่าวันนี้ต้องไปงาน Comicseason#6 นี่หว่า
งานที่จะทำขายก็ไม่เสร็จ มีแต่ของไปโชว์ ถึงจะมีตัวที่แกะแบบเอง 2 ตัวก็ตามที แต่ก็เป็นแค่ตัวทดลองประกอบ ในตอนนั้นนิสัยแย่ๆก็ผุดขึ้น

" ไม่ไปแมร่งดีกว่าหว่ะ งานก็ไม่เสร็จไม่มีไรไปขาย นั่งแกร่วเฝ้าบูธคนเดียวอีก ชวนใครก็ไม่มีใครอยากไปด้วย "

ผมวนเวียนคิดแบบนี้แบบนี้สลับกับนอนไปซักพักหนึ่ง  จนราวๆ 6.30 น. จึงกลับไปสู่แผนเดิมที่ตั้งไว้ก่อนนอนว่า
" ไปดีกว่าหว่ะ ถึงไม่มีไรไปขาย ไปนั่งชิล สำรวจตลาด อัพเดทกระแสในวงการโดจิน ก็ยังดี งานไม่เสร็จก็เอาไปนั่งทำมันในงานนี่แหล่ะ ไปมันแบบเกรียนๆนี่แหล่ะ "

แรงจูงใจที่สำคัญสุด ที่ดึงผมกลับลำไปงานคือ ผมไม่อยากหนีปัญหาแบบที่เคยเป็นๆมาอีกต่อไปแล้ว เมื่อเกิดปัญหาก็ควรเดินหน้าชนกับมันตรงๆ
ยอมรับในผลที่เราทำดีกว่า จะน่าสมเพชแค่ไหนก็ต้องรับไว้ และเป็นบทเรียนสอนใจให้ครั้งต่อไปมันดีขึ้นกว่าเดิม

--------------------------จบ บทนำ ก่อนการเดินทาง-----------------------------


  เวลาประมาณ 8.30 น. หน้าเมเจอร์ฯ รังสิต
ชายหนุ่มวัยเกือบกลางคน ถือถุงใส่กล่องใบใหญ่ อีกมือถือเสบียงจากเซเว่นที่แวะซื้อมา ยืนรอ รถเมล์สาย 356 รังสิต-ปากเกร็ด (ซึ่งต่อมา จะรู้ว่ารถสายนี้ มีทั้ง ดอนเมือง-ปากเกร็ด และ สะพานใหม่-ปากเกร็ด ดีนะตรูไม่รอมันมา)
รอไปซักพัก เห็นท่าไม่ดีแน่ เลยเปลี่ยนมารอ สาย 59 แทน ลงเดินไปอีกหน่อยละกัน ...รอไปเถอะมีรถฟรีมา พี่ท่านก็จอดเลนนอกไกลลิบๆ แค่จะก้าวไปขึ้นก็ไม่ทันแล้วพอรอรถธรรมดาก็ไม่มีสักคัน สุดท้ายไปกับ สาย 29 (รถฟรีด้วย หึหึ)
ลงรถเดินข้ามสะพานเดินผ่านIT Squre เดินผ่าน TOT ผ่านๆๆๆ  (ต่อไปผมจะเชื่อแผนที่แล้วครับ กะว่าสเกลคงไม่ยาวมากนักเดินเอาคงสบาย ...เลยได้บริหารร่างกายรับอรุณไปในตัว)
หยิบโทรศัพท์มาดูเวลา เหวออ  9.33 น. เกินเวลาที่กะไว้ว่าควรถึงหน้างานราวๆ 9โมงแล้ว ประกอบกับเดินมาขาลากแล้ว โบกพี่วินมอไซค์ที่ปากทางเข้าศูนย์CAT ไปถึง CAT Convention Hall
พอถึงหน้างาน เฮ้ยย!!  คนรอเพียบเลย  ก็เดินปาดเข้าไปลงทะเบียนเซอเคิล ได้บัตรก็รีบไปที่บูธ เดินหาพักนึงก็เจอจนได้ ...เซอเคิลอื่นเขามากันพร้อมขายแล้ว ไอ้บ้านี่เพิ่งมา นั่งเก้าอี้แล้วก็ค่อยๆโกยน้องๆโมกระดาษออกมา
โห อักลี้ขี้ฝุ่น เยอะพอดูเพราะไม่ได้ปัดมานานเก็บลงกล่องไว้ดีแล้วก็จริง แต่ไอ้คุณจิ้งจกชอบลงไปนอนวางไข่ และที่ร้ายสุดคือมันขี้รดโมนี่แหล่ะแสบสุด (Miku กับ เมซเซอชมิท ผมเจอไปตัวละก้อนสองก้อน ด่างเชียว)

ระหว่างจัดการฝุ่นก็แปะกระดาษแจ้งจุดประสงค์ของเซอเคิลไว้ที่กล่องตั้งมันบนโต๊ะนี่แหล่ะ เห็นชัดดี วางบังโมที่ยังจัดไม่เสร็จดีด้วย และแล้วงานก็เริ่มขึ้น
เหล่าผู้ร่วมงานกรูกันไปยังเซอเคิลเป้าหมายที่ล็อกออนไว้กะมัง บรรยากาศใกล้จะเป็นแบบเจแปนแล้วนะนี่ แต่สลับกันตรงที่ บ้านเราเป็นฝ่ายหญิงแทน
เกือบลืมบอกไปเลย เซอเคิลที่อยู่โต๊ะเดียวกันกับผมคือ Black Sheep Group (ตอนแรกที่ทีมงานส่งแบบลงทะเบียนผิดมา ผมก็ได้ของบูธนี้แหล่ะ เหมือนจะมีเหตุให้ได้เจอกันจริงๆแหะ)
ก็หันไปดูที่เขาขาย อืมมม โดโทโฮรึนี่ แต่ที่ติดใจผมมากกว่าคือชื่อเซอเคิล คุ้นๆในหัวผมว่า เหมือนเคยได้เห็นจากที่ไหนหว่า เท่าที่จำได้ลางๆว่าเป็นกลุ่มที่มาจากบอร์ดประมูล
พอจัดการของตั้งโชว์เสร็จ แรกๆก็เกร็งๆอยู่บ้าง คุณคนเสื้อสีเลือดหมู (ผมลืมถามชื่อเลย) นั่งเฝ้าบูธอยู่ก่อน แล้วให้คุณLockMan ไปช็อปโด แล้วสลับกันมานั่ง ผมถึงได้เริ่มสนทนากับคุณLockManก่อนพร้อมกับปล่อยไก่ไป 1 เล้า 555
ตอนนั้นก็ยังไม่รู้นะครับว่าผมคุยอยู่กับกลุ่มLowGrade ซึ่งนานมาแล้วผมเคยซื้อโดจินเขามา 2 เล่ม คือเล่ม 3+4 และเล่ม 5 (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)

- กลับมาที่บรรยากาศงานก่อน ( ขออภัยมณีเป็นอย่างที่สุด ที่ไม่มีรูปประกอบและปลากรอบ กล้องก็พกไปพร้อมถ่าน4ก้อน แต่มึนๆอยู่จนงานเลิก ไม่ได้งัดขึ้นมาถ่ายซักรูปเลย นั่งรากงอกตรูดแทบติดเก้าอี้เลย)
CAT Convention Hall สภาพพื้นที่ดีทีเดียวกว้างมากเอาการอยู่ ที่ชอบมากคือโดยรอบยกพื้นสูงเป็นเก้าอี้ให้นั่ง คนไปงานคงชอบเพราะซื้อของแล้วก็ไปนั่งชิลกันได้ แต่เซอเคิลนี่ซิ พื้นที่ด้านหลังน้อยไปนิด
เห็นพื้นที่โดยรอบแล้วอยากไปนอนแพล็งกลิ้งให้จอร์จตายจริงๆ ซักที (ผลของการนอน 3 ชม. เริ่มแล้ว)

อีกเรื่องที่อาจบกพร่องในการเล่าไปแน่นอนคือ ผมไม่ได้เดินร่อนไปดูบูธไหนเลยนี่แหล่ะ เพราะมาคนเดียว นี่ถ้ารู้ว่าเซอเคิลข้างๆเป็นคนที่พอจะรู้จักกันบ้าง คงได้วานฝากบูธเขาไว้ เพราะบูธผมก็มีแค่งานโชว์ไม่มีอะไรต้องกลัวหายอยู่แล้ว
เออนะ เพิ่งมาคิดได้ตอนนี้ แต่ก็นั่นแหล่ะเพราะการที่นอนไม่พอสภาพผมคงไม่น่าไปเดินรอบงานเท่าไหร่หรอก ถ้าแต่งชุดแนวทหารหน่อยๆ คงไม่ต่างอะไรกับผู้ก่อการร้ายนี่แหล่ะ หนวดเคราครึ้มเต็มหน้า มันก็ไม่โกนก่อนไปงาน 555
ข้ามเรื่องของแต่ละบูธไปก่อน เท่าที่ดู โซนที่เซอเคิลผมอยู่นี่ คนเดินน้อยดี โซนอื่นๆเท่าที่ดู แรกๆคนเยอะมาก ไปกระจุกกันหนาแน่น พอเริ่มสายๆใกล้เที่ยง จึงเริ่มกระจายตัวกันทั่วงาน

บูธผมน่าจะเป็นบูธเดียวที่มีโมกระดาษตั้งโชว์ ก็มีคนมาดูเป็นระยะๆ พร้อมกับถ่ายรูปไป จริงๆผมไม่อยากถูกถ่ายติดกล่องไปหรอกนะครับ กลัวรูปมันจะดูหมอง555 (ถ้าเขาซูมแต่โมก็ดีไป) แต่เพราะนั่งเป็น BG อยู่ในบูธขยับไปไหนลำบากอยู่เพราะข้างหลัง สาวๆเขาเข้า-ออกกันบ่อย ไอ้เราก็เกรงใจอยู่
ประกอบกับงัดเอางานค้างมาทำต่อเลยรกโต๊ะ บูธอื่นเขานั่งวาดซึเคบุ ให้คนที่ซื้องานไป แต่ไอ้บูธนี้มันนั่งชำแหล่ะกระดาษง่วนอยู่คนเดียว แต่งานคืบหน้าไปกระจึ๋งเดียวนะครับ เพราะมัวหาแผ่นที่จะตัดไม่ค่อยจะเจอ  คราวหน้าต้องจัดระเบียบบูธใหม่ละ
ระหว่างที่มีคนถ่ายรูปบ้าง มาดู มาเหล่ มาสงสัย ก็มีหลายคนมาถามประมาณว่าเขาสนใจซื้อ ซึ่งผมก็แปะบอกไปบ้างแล้วว่าไม่จำหน่ายครับ เพราะที่เอามาโชว์ส่วนมากเป็นงานที่มีแจกฟรีอยู่ในเนตแล้ว ซึ่งก็มีน้อง 2-3 คนเข้ามาถาม ทั้งเรื่องการใช้กระดาษ
เวปที่จะหาโหลดโมพวกนี้ ซึ่งผมก็ตอบไปตามที่ถามมา แต่มีคนสุดท้ายนี่แหล่ะที่ไม่รู้จะตามเจอไหม (กลัวบอกไปแล้วจดชื่อไปผิดนี่แหล่ะ พอดีผมเมากระดาษกับกาวลาเท็กซ์อยู่ 555) ผมบอกให้ไปค้นหาจากคำว่า "PaperKraft" เพราะเวปนี้เป็นศูนย์รวมข่าวโมเดลกระดาษแจกฟรีจากทั่วโลก
หวังว่าไอ้น้องคนนั้นมันจะหาเจอนะ พยายามเข้า ถ้าใจมันอยากต่อนะน้องเอ๊ย สู้ๆ

ส่วนบูธติดกัน ก็ขายได้เป็นระยะๆ มาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าเป็นผม ก็พอใจนะ เพราะโซนนี้คนเดินน้อย (แถมเดินซ้ำวนไปมาหลายรอบด้วย ผมจำคุณได้นะ 555 ทำไมจะจำไม่ได้ละ เพราะตรูนั่งเฝ้าบูธตลอดงาน)
ในส่วนกิจกรรมบนเวที ที่ผมนั่งหันหลังให้ไม่ค่อยได้ดูหรอกครับ แต่หูฟังเรื่อยๆ ก็น่าสนใจอยู่นะครับ เสียดายสภาพไม่อำนวยไว้คราวหน้าเด้อพี่น้อง
มาเรื่องสภาพในงานต่อ ผมมีเรื่องที่คิดว่าควรปรับปรุงอยู่ 2 เรื่องนะครับ (ถ้าทีมงานได้มาอ่านก็จะดีมากเลย) 
อันแรกเลย แอร์ครับ หนาวมากกกกก อันนี้จะโทษสถานที่ก็ไม่ถูกนัก แต่หรี่ลงนิดก็ดีนะ คราวหน้าจัดที่นี่อีกต้องเตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย แถมมีพัดลมเป่าไอเย็นเพิ่มอีก โมกระดาษผมกลิ้งหน้าคะมำกันไปหลายอยู่ ดีที่พกเทปกาวมา แปะยึดไปได้บ้าง พอไหวครับ แต่ผิดคาดที่ไม่คิดว่าจะเจอลมในโถงจัดงานนี่แหล่ะ
ต่อมาก็ระบบเสียงในงาน อาจเป็นธรรมเนียมของงานโดจินหรือเปล่าที่ต้องมีเพลงเปิดคลอในงานตลอด แต่ในงานนี้ ผมว่าเปิดดังมากไปหน่อย ขอเบาๆเปิดคลอแบบ BGM หรือตามห้างเปิดก็ดีนะครับ เวลาจะคุยอะไรกันที่ แทบจะต้องตะโกนกัน แถมไอ้กระผมก็หูไม่ค่อยดีด้วย

ในส่วนของlayer ที่จัดเต็มมามากมายอยู่ ก็ทยอยๆ มาเรื่อยๆ คงไปนัดถ่ายรูปกันด้านนอกเสียมากกว่ามั้งครับ เพราะในงานงดถ่ายรูปบริเวณบูธ ช่องว่างมันก็เริ่มจากตรงนี้นี่แหล่ะครับ เพราะที่คอสๆกันมาก ...มันมาจากไหนฟร่ะ?

จะว่าเป็นช่องว่างระหว่างวัยก็ไม่เชิง ถึงอายุผมจะหลักสามแล้ว แต่ก็ดูการ์ตูนบ้าง แต่น้อยลงครับ เพราะที่ฉายฟรีทีวีมีแต่การ์ตูนเด็กเล็กดู (โดยเฉพาะช่องอะไรที่คุณก็รู้อยู่) บ้านผมก็ไม่มีเคเบิ้ลดาวเทียมดูกับเขาหรอก ดีวีดีก็ไม่ได้ซื้อ เน็ตบ้านก็ไม่มี
ช่องว่างของผมมันเริ่มจากปี 2009 จนถึงปัจจุบันนี่แหล่ะ นอกจากอนิเม คอมมิคเองผมก็อ่านแค่เรื่องที่ตามซื้อยังไม่จบนี่แหล่ะเรื่องใหม่ๆไม่ได้ซื้อเลย แถมที่บ้านกล่องใส่หนังสือการ์ตูนก็เปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นแพตอนน้ำท่วมปี54นั่นแหล่ะครับ พลาสติกเสื่อมไปหมดแล้ว
ที่ซื้อๆมาตอนนี้กองไว้รอบมุ้งนี่แหล่ะครับ กระดาษเหลืองกำลังได้ที่แล้ว 555

ถึงจะมีช่องว่าง แต่จากงานนี้ผมก็ได้เชื้อไฟมาเพิ่มด้วยเช่นกัน จากที่กังวลว่าถ้าทำโมเดลกระดาษมาขายจะมีคนซื้อไหม? ประเมินดูจากงานนี้ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่กลุ่มหลักที่สนใจโมกระดาษแต่ก็มีคนสนใจพอสมควร สำหรับผม 2-3 คนนี้ก็พอใจแล้วครับ
แต่โจทย์ต่อมาก็คือเรื่องราคา อืมมม ต้องคิดให้รอบคอบขึ้นสำหรับเรื่องนี้ เพราะคนซื้อก็คงไม่มีกำลังซื้อสูงนัก และคนขายก็ควรได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่ทำชิ้นงานมาด้วย นอกจากนี้โมกระดาษมันน่าจะเอามาใช้งานได้นอกเหนือจากวางโชว์
ผมเลยคิดเพิ่มนอกจาก โมกระดาษฟิกเกอร์เอาใจคอการ์ตูนแล้ว คิดว่าควรจะทำโมกระดาษแบบที่ใช้งานอื่นนอกจากโชว์ได้ด้วย ประกอบง่าย น่ารักน่าเอ็นดู และราคาน่าซื้อ  ตอนนี้ก็คิดไว้คร่าวๆก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้าคงได้เห็นกันต่อไป

นอกจากโมกระดาษ เรื่องโดจินก็เริ่มผุดขึ้นมาในหัวผมอีกครัง เพราะจากที่ได้ฟังกลุ่มBlack Sheep เล่ามา กลุ่มเขาเองก็เพิ่งกลับมาทำโดขายหลังจากห่างหายไป 2 ปี แต่ดูจากงานที่ซื้อมาอ่านผมว่างานเขาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ คงแค่หายไปจากงานโดจินมากกว่า แต่คงได้ลับฝีมืออยู่เรื่อยๆ
ผิดกับผมที่พัฒนาการขาดช่วง จนตกรุ่นไปเรียบร้อยแล้ว แถมที่เคยทำมาก็ยังไม่ดีพอ(เฉพาะงานผมเองนะครับ งานในกลุ่มของท่านอื่นๆค่อนข้างดีมากทีเดียว) แต่ที่อยากทำโดคงไม่ใช่ขายงานภาพเหมือนก่อนแล้ว ถ้าจะทำก็ทำตามที่อยากทำกับแบบที่ขายไอเดียมากกว่า
แต่ตอนนี้ต้องมามุ่งกับโมกระดาษให้รอดก่อน เรื่องโดจินไว้โอกาสอำนวย  ...แต่ในใจอยากลองทำนิยายด้วย 555 ฝันเฟื่องชัดๆ  (นิยายน่าจะง่ายกว่าคอมมิค แค่เขียนให้สนุก น่าสนใจ น่าอ่านนี่แหล่ะ เหอะๆๆๆ)



บทเรียนสำคัญจากงานนี้มีมากมาย งานหน้าต้องดีขึ้นกว่าคราวนี้ ผมตั้งใจแล้ว จากนี้ไปจะใช้เวลาให้คุ้มค่าขึ้น   สู้ๆครับ



ปล. แว่วๆมาว่า Black Sheep Group จะกลับมาทำ LowGrade อีกครั้งในปีหน้าแน่นอน (ทำไมต้องปีหน้า? เพราะปีนี้เหลืออีก8 วันก็สิ้นปีแล้วอ่ะดิ ...เก็บตกมุกนายไนท์หนุ่ม)
ปล.2 ไว้ว่างๆ จะตามเก็บรูปที่คนถ่ายบูธผมมาแปะเพิ่มนะครับ ส่วนรูปบรรยากาศอื่นๆ หาชมได้ตามสะดวกครับ คงมีหลายคนเอาลงในเวปหรือเฟซกันเยอะอยู่

Comment

Comment:

Tweet