* ตอนแรกว่าจะนั่งพิมพ์หลังจากกลับจากงาน แต่เพราะอดนอนก่อนไปงานทำให้ง่วงสุดๆ แถมสภาพจิตใจตอนอดนอนก็สุดๆ ขืนนั่งพิมพ์มีหวังยาว+น้ำท่วมทุ่งแน่นอน 555

- ขอพูดถึงงาน Maruya 2.5 ก่อนละกัน ซึ่งผมได้ไปสัมผัสครั้งแรกเลย กับสถานที่จัดใหม่ ในเขตทหารที่สนามเป้า แต่สถานที่เหมาะมากครับ เดินทางสะดวกและใกล้ทางเข้า-ออกดีครับ
และก็เหมือนงานเมื่อคราวก่อน ผมไม่ได้ถ่ายรูป+เดินงานเลย นั่งรากงอกที่บูธเช่นเคย(ง่วง+ไม่ได้กินข้าวเช้าไปด้วย)

บูธภายในงานคับคั่งใช้ได้เลย แต่เท่าที่ผมเห็น(ไม่ทั่วงานนะครับ) จะมีบูธขายGoods เยอะมากครับ บูธขายโดจินน้อย นอกนั้นก็บูธสปอนเซอร์ภายในงานนั่นแหล่ะครับ
ซึ่งตำแหน่งบูธของผมค่อนข้างดีทีเดียว เพราะใกล้เวทีครับ เลยทำให้นั่งติดบูธได้เรื่อยๆ ขายไม่ได้ก็ดูกิจกรรมบนเวทีไป ตัดพาร์ทโมกระดาษไป 555


< และก่อนที่จะลงลึกมากกว่านี้ ขอบอกว่าอารมณ์ตอนที่พิมพ์ข้อความเอนทรี่นี้ ไม่ได้เคืองแค้นขุ่นข้องหมองใจแต่ประการใด >
              < แต่อยากเล่าให้ฟังกัน จะเก็บเป็นข้อมูลหรือเอาไปต่อยอดก็ตามสะดวกของแต่ละท่านนะครับ >

ผลงานที่เอาไปทดลองขายคราวนี้ก็มี โมกระดาษต่อสำเร็จ BRS ver.LTB กับ Kawashima AmiจากToradora (มีฐานตั้ง+กล่องใส่ให้ด้วยนะ)
และแน่นอนว่า ขายไม่ได้แน่นอน ผมคาดไว้แล้วแต่ก็ยังอยากจะไปเปิดบูธขายอยู่ดี
ราคาที่ตั้งขาย ต้องบอกตรงๆเลยว่า ไม่ได้หวังกำไรแม้แต่น้อย แต่ที่ดูแพงเพราะคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นกระดาษ ไม่น่าจะแพงขนาดนั้น แพงเว่อร์ว่ะ ...ก็ว่าไป555
ซึ่งโมกระดาษเป็นงานทำมือ ไม่ควรเอาไปเทียบกับงานฟิกเกอร์สำเร็จรูปเชียวนะครับ แต่ผมก็เข้าใจอยู่นะว่าคนทั่วไปมักจะเปรียบเทียบจากราคาก่อนเสมอ
จากที่เคยเห็นงานอีเว้นท์ในต่างประเทศ งานทำมือจะมีคนสนใจมากกว่าในบ้านเรา...นี่คือ 1 ข้อมูลที่ผมได้รับการยืนยันจากงานครั้งนี้

ถ้ายังสมัครบูธทัน งานครั้งที่3 ผมจะ(พยายาม)ทำโมกระดาษแบบต้องประกอบเอง ไปขายดู
อาจจะมีคนถามว่าทำไมคราวนี้ไม่ทำแบบที่ยังไม่ประกอบไปวางขายด้วยเสียเลยละ ....ตอบตรงๆ ทำไม่ทันเฟร๊ย 555
และถึงจะทำไปขายทันก็คงขายไม่ได้อยู่ดี เพราะราคามากกว่า โมAmi แบบต่อสำเร็จเสียอีก (จำนวนแผ่นพาร์ทเยอะกว่าเท่าตัวครับ)
อีกเหตุผลที่ลองทำแบบต่อสำเร็จไปขาย เพราะคนไทยส่วนมากไม่ต่อโมกระดาษ กลัวยาก กลัวต่อไม่สวย ไม่มีเวลา บลาๆๆๆ (สารพัดข้ออ้างมากมาย)
แล้วพอขายแบบต่อสำเร็จ ราคาแพง ก็ไม่อยากซื้อกัน ก็เข้าใจอยู่ว่า ในเน็ตมีโมกระดาษให้โหลดฟรีกันอยู่(ฟรีแบบละเมิดสิทธิ์ผู้ขายก็เยอะ)
ถ้าคนเคยต่อโมกระดาษจะรู้ว่ามันสนุก และเมื่อต่อเสร็จแล้วพ่นแล็กเกอร์เงาเคลือบสักหน่อย แล้วดูแลสักนิด โมกระดาษสามารถอยู่ได้ เกิน 5 ปี โดยที่สีไม่เปลี่ยนแปลง
(โมกระดาษเก่าๆที่ผมพิมพ์ด้วยหมึกไม่แท้ที่พ่นแล็กเกอร์เงาไว้ ตอนนี้สียังดูดีอยู่เลย)

ไม่แน่ใจว่าเคยพล่ามไปรึยังว่า ข้อดีที่ทำให้ผมอยากทำโมกระดาษคืออะไร
• ข้อดีของ Papermodel
1. เราสามารถประกอบขึ้นเองได้ตั้งแต่ต้น (ถ้าเราประกอบเอง มันจะรู้สึกภูมิใจมากตอนที่ต่อเสร็จน่ะครับ)
2. โมกระดาษย่อยสลายได้ ถึงหมึกพิมพ์และกระดาษอาจจะเบียดเบียนธรรมชาติอยู่บ้างก็ตามทีเถอะ
(ผมรอหมึกพิมพ์จากสารสกัดธรรมชาติอยู่ครับ แว่วๆว่ามีเอามาพิมพ์หนังสือกันแล้วด้วย)
3. ฝึกสมาธิ ทำให้จิตได้จดจ่อกับโมที่ต่อ (แต่อย่ามากไปจนลืมทำอย่างอื่นในชีวิตล่ะ)
4. โมกระดาษน้ำหนักเบา เสียหายยาก แต่แพ้ความชื้นนะครับ 555 (ดังนั้นควรพ่นเคลือบด้วยแล็กเกอร์เงาบางๆ สัก2รอบก็เก็บได้นานแล้ว)
***กรณีที่เราทำแบบโมกระดาษขึ้นเอง***
5. ได้ฝึกทักษะการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทั้งกราฟฟิก ทั้ง3D
6. อยากมีโมฟิกเกอร์ตัวไหนไว้ประดับห้องก็ทำเองได้เลย ไม่ต้องรอให้ต่างประเทศทำมาขาย ถ้าฝีมือดีๆ อาจได้โมกระดาษที่สวยสมใจเราด้วย



- มาเล่าเรื่องจากงาน Maruya 2.5 กันต่อดีกว่า
เช่นเคย ตากล้องก็แวะเวียนมาบูธผมเป็นระยะๆ เหมือนกับงานที่แล้ว (แต่พอไปหารูปถ่ายจากงานคราวก่อน-CCS6 ไม่ยักเห็นรูปโมกระดาษผมเลยแหะ เอาไปแปะกันที่ไหนหว่า?)
ตอนแรกที่ตั้งโมกับพื้นโต๊ะ เลยอาจจะทำให้มองลำบากกัน ผู้ชมบูธทุกคนเลยต้องก้มๆเงยๆมองโมกัน
ผมเลยรีบทากาวประกอบกล่องใส่โมให้เรียบร้อยแล้วเอาไปวางหนุนตัวโมให้สูงขึ้น จะได้ไม่ต้องก้มๆเงยๆดูกันอีก แต่ก็ยังก้มๆเงยๆ กันอยู่ดี 6-_O
(โมกระดาษผมทำรายละเอียดใต้กระโปรงครบแน่นอนครับ ไม่ต้องพิสูจน์กันขนาดนั้นก็ได้ เมื่อยคอแทน 555)

จากที่นั่งเฝ้าบูธในงาน ก็มี 2-3ท่านให้ความสนใจเข้ามาสอบถามผมเกี่ยวกับโมกระดาษที่ทำ
ผมก็บอกถึงบล็อกนี้ที่ผม(ดอง)แปะผลงานอันน้อยนิดไว้ ไม่แน่ใจว่าแวะมาดูไปรึยัง
ถ้ายังแล้วได้มาอ่านเอนทรี่นี้แล้ว รบกวนลงคอมเม้นท์+บอกวิธีติดต่อกลับของท่านทั้งหลายไว้ด้วยก็ดีนะครับ พอดีมีเรื่องอยากสอบถามกลับ
(ในงานผมไม่ค่อยคุยอะไรเพราะอดนอนมาเลยไม่อยากสุงสิงกะคนอื่นน่ะครับ 555)

- ไหนก็ทำรูปมาแล้ว นี่คือรูปที่ทำไว้จะส่งรูปไปให้สตาฟท์งานโปรโมทของที่ขาย แต่ไม่ได้ส่งน่ะครับ ขอแปะในเอนทรี่นี้ละกัน เพราะผมไม่มีรูปบรรยากาศในงานเลย 555

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เล่าเรื่องจากในงาน Maruya 2.5 ไปแล้ว มาถึงก้าวต่อไปของ LTB+Paperworks ดีกว่า
ถ้าอารมณ์จากเมื่อวาน ผมอาจเลิกทำโมกระดาษ แล้วไปหางานประจำทำดีกว่า
เหตุผลหลักที่ทำให้ผมอยากทำโมกระดาษขาย นอกจากอยากทำอาชีพอิสระก็ภาระหนี้ก้อนโตที่ต้องชำระให้หมดภายใน 4-5 ปีนี่แหล่ะ
แต่ถ้าทำแบบที่ผ่านมา คงไม่คุ้มค่ากับเวลา+ทรัพยากรทั้งหลายที่ลงทุนทำไปแน่นอน แต่ทางเลือกอื่นก็ยังมีอยู่ ผมจึงอยากจะทำต่อจนถึงที่สุด
(ขอบคุณเพลงจากวงบอดี้แสลม ผมนึกถึงเพลงวงนี้ทีไรแล้วมันได้กำลังใจกลับมาทุกที)
อารมณ์เมื่อวานกับตอนนี้มันต่างกันสุดขั้ว ...นี่คงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรตัดสินใจอะไรเวลาที่เราอ่อนล้าและหดหู่

- ถ้าสมัครบูธ Maruya 3 ทัน ก็จะทำโมกระดาษแบบยังไม่ประกอบไปขายดูอีกหน
จะลองขายแบบที่ต่อง่ายขึ้น ไม่ต้องมีออฟชั่นมาก (ตั้งใจให้แผ่นพาร์ทน้อยลงให้มากที่สุด) จะได้ขายในราคาถูกลง+คุ้มค่าคนทำด้วย
แต่จะไม่ลดคุณภาพงานลงนะครับ อยากลดแค่ราคาและต้นทุนทั้งหลายลง
คราวนี้จะเป็นการทดสอบว่า จะมีคนสนใจแค่ไหน วัดดวงกันระหว่าง คนซื้อกับคนทำ 555
ถ้าไม่รอดก็ยังมีทางอื่นที่จะขายผลงานอยู่นะครับ (ผมดองส่งของให้พี่ที่รู้จักกันนานแล้ว ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย)


ขอขอบคุณผู้จัดงานและผู้ร่วมงาน Maruya 2.5 ทุกท่าน ที่ร่วมกันทำให้บรรยากาศงานในงานสนุกคึกคักตลอดเวลา (ทำให้ผมไม่หลับคาบูธด้วย 555)
ขอบคุณ ทั้ง 2 บูธที่ติดกับบูธผมด้วย ที่สนใจโมกระดาษ อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้คนทำโมกระดาษ(ที่ขายไม่ออก)ได้มากทีเดียว
ถ้ามีโอกาสเจอกันอีก จะช่วยอุดหนุนสินค้านะครับ สนใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมมันหงึๆงะๆ จิตจะหลุดเป็นระยะๆเลยไม่ได้ชวนคุย 555


ปล. หวังว่าคราวหน้าผมจะได้นอนเต็มที่ก่อนไปออกบูธนะตัวเรา (หวังให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ 555)
ปล.2 คราวหน้าจะพกปิ่นโตไปด้วยดีกว่า นั่งท้องร้องทรมานมาก จะฝากบูธกับบูธข้างๆก็เกรงใจ

Comment

Comment:

Tweet