Writing

- สมัยนี้ ถ้าได้ลองถามน้องๆ เด็กๆวัยรุ่นดูว่า "เคยถูกกวาดคอไหม?" หรือ "รู้จักกวาดคอไหม?" น้อยคนที่จะตอบกลับมาว่ารู้จัก เพราะว่า "การกวาดคอ"และ"ยากวาดคอ"นั้น เริ่มห่างหายไปจากชีวิตในปัจจุบัน ผมไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้ยังมียากวาดคอขายอยู่ไหม แต่ที่แน่ๆคือ การกวาดคอเด็ก เริ่มหาดูได้ยากแล้ว

 - พอดีช่วงนี้อากาศเริ่มเย็น โรคประจำตัวผมก็เริ่มถามหา นั่นคือนอนหายใจหอบและไอ ซึ่งเป็นผลพวงหลังจากไปเป็นพนักงานพาร์ไทม์ร้านสะดวกซื้อแถวบ้านอยู่พักหนึ่ง อาการหลักๆคือเมื่ออากาศแห้งและเย็นจะหายใจทางจมูกลำบากจนหายใจหอบเสียงดัง ถ้าคอแห้งก็จะไอหนักๆตามมา ช่วงปีแรกที่ลาออกมานั้น อาการหนักมาก เรียกได้ว่าไอหอบจนนอนแทบไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะเผลอหลับไปเอง

- หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่ไปหาหมอ ตอนเป็นแรกๆ ผมไปครับ แต่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าหมอต้องจ่ายยามาแบบขอไปที ทั้งๆที่ผมใช้บัตรประกันสุขภาพของโรงงานพ่อผมซึ่งต้องหักเงินเดือนประจำอยู่ทุกๆเดือน นับว่าเป็นประกันสุขภาพชั้นดีทีเดียว แต่การบริการทางการแพทย์กลับตรงกันข้าม และแน่นอนว่าผมก็ไม่อยากใส่ใจมากนัก

• แนวคิด(บ้าๆ)ประจำตัวผมข้อหนึ่งคือ

"คนที่รู้จักตัวเราดีที่สุด ก็คือตัวเรา ความเจ็บป่วยที่เราเป็น ตัวเรารู้ดีที่สุด เพียงแค่เราไม่รู้ว่ามันคือโรคอะไร ใช้อะไรรักษา เท่านั้นเอง"

- ทางเลือกในตอนนั้นสำหรับผมก็คือ กระโถนและยาอมตราตะขาบ 5 ตัว กระโถนเอาไว้บ้วนน้ำลายและเสมหะ ยาอมตราตะขาบใช้อมตอนนอนให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ ซึ่งก็พอช่วยให้ผ่านพ้นค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นไปได้ และที่ร่ายยาวมาทั้งหมด คือจุดเริ่มต้นที่ทำอยากเล่าเรื่องกวาดคอ นี่แหล่ะครับ

 

 

**********************เข้าเรื่องละครับ***********************

 

"กวาดคอ" เป็นวิธีการรักษาโรคแบบหนึ่ง พูดง่ายๆก็คือเอายากวาดคอเด็กละลายน้ำ แล้วเอามือล้วงคอเด็กที่ไม่สบาย เพื่อป้ายยาหรือทายาในคอเด็กนั่นเอง ฟังดูโหดร้าย ทารุณไหมครับ? แต่นั่นแหล่ะครับวัยเด็กหลายๆคนคงเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้กันมาแล้ว

- ส่วนมากอาการไม่สบายจนถึงขั้นโดนกวาดคอนั้น คือ เป็นไข้ ไอหนัก (สาเหตุหลักมักจะมาจากอาการร้อนใน เป็นไข้ มีเม็ดขึ้นในคอและโคนลิ้นหรือถ้าผมจำไม่ผิดชาวบ้านจะเรียกว่าซาง) เด็กๆที่เคยโดนกวาดคอมาก่อนจะรู้ดี ถ้าเกิดเริ่มไม่สบาย เป็นไข้ตัวร้อน ไอบ่อยๆ ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านเห็นเข้า มักจะเตรียมไปซื้อยากันแล้ว

- ด้วยความเป็นที่เด็ก ไม่รู้หรอกว่า ไม่สบายต้องกินยารักษาให้หายจะได้เป็นปกติ รู้อย่างเดียวว่า ไม่อยากถูกกวาดคอ คงเพราะประสบการณ์เลวร้าย ขณะโดนกวาดคอกะมัง แน่ละครับจู่ๆมีมือผู้ใหญ่เอายาขมๆมาล้วงคอเราเป็นใครก็ไม่ชอบหรอก เด็กๆ จึงมักจะหาทางหลบ ทางหนี เพื่อไม่ให้ถูกกวาดคอกันสุดฤทธิ์ หรือจะเรียกว่าหนีกันจนสิ้นฤทธิ์ก็ถูกอีก

- ผู้ใหญ่ด้วยความที่เป็นห่วงสุขภาพลูกๆหลานๆ ย่อมอยู่เฉยไม่ได้แน่ นอกจากเตรียมยาและส่วนผสมไว้ให้พร้อมแล้ว การวางแผนจับเด็ก(ดื้อ)มากวาดยาก็เป็นสิ่งสำคัญ และแผนที่มักจะใช้เสมอๆ ก็คือ ของล่อตาล่อใจเด็กๆ นั่นเอง

- เริ่มตั้งแต่ ขนมที่เด็กชอบ ของเล่น ไปจนถึงสัญญาว่าจะพาไปเที่ยว  ...แต่แผนนี้ก็ใช่ว่าจะสำเร็จง่ายๆ ถ้าเป้าหมายเกิดไหวตัวทัน คราวนี้แหล่ะ ต่อให้ล่อมากแค่ไหนก็จับตัวยากแล้ว ถ้าแผนแรกไม่สำเร็จ อีกแผนจะตามมานั่นคือ

- "ลับ ลวง พราง" 555 จริงๆนะ เป็นแผนทำให้เป้าหมายตายใจ จนเผลอเข้ามาในระยะหวังผล ส่วนมากแล้วเป้าหมายที่รอดมาจนถึงแผนการนี้ มักจะมีอาการล่อแล่ เพราะพิษไข้กำเริบหนัก ซึม เบื่ออาหารทำให้เรี่ยวแรงและฤทธิ์เดชลดลงเยอะแล้ว เมื่อได้โอกาสเหมาะ ผู้ใหญ่ก็จะเข้าโจมตีแบบไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ และสุดท้ายก็จบลงที่"การกวาดคอ" ในที่สุด

- ถ้ามองในตอนที่เราโตแล้ว การกวาดคอก็คงไม่น่ากลัวเท่ากับตอนที่เราเป็นเด็ก ยาที่กวาดคอจริงๆก็ไม่ขมเท่ายอดสะเดาเสียด้วยซ้ำ ถ้าเป็นสูตรที่บ้านผมใช้ก็ยากวาดคอผสมน้ำมะนาว+เกลือนิดหน่อย (แต่ที่ไปหาข้อมูลมาจากในเนตเขาว่าตัวยากวาดคอเองก็มีส่วนผสมเพิ่มรสชาติอยู่บ้างแล้ว จึงอาจเป็นไปได้ว่ารสเค็มอาจมาจากตัวยา ไม่ใช่การผสมเพิ่มก็เป็นได้) ทำให้ชุ่มคอขึ้น แต่เวลาโดนกวาดคอทีไรก็ยังทำใจรับไม่ได้อยู่ดี  สุดท้ายทุกครั้งก็มักจบลงด้วยน้ำตาและคราบยากวาดคอที่ล้นออกมาเปรอะรอบปากผมทุกครั้งไป

- นอกจากยากวาดคอที่หลายคนว่าขมขื่นแล้ว ยังมียาเขียวและยมขมอยู่อีก ซึ่งเป็นยาแก้ไข้ ร้อนในเช่นกัน สำหรับผมส่วนมากจะถูกกรอกยาเขียวก่อนถ้าเป็นไข้ ผู้ใหญ่เขาว่า กินยาเขียวให้มันกระทุ้งพิษไข้ ร้อนในออกซะ จะได้หายไวๆ (แต่ไม่เคยหายไวๆสักที ส่วนมากอาการจะลามไปจนไอ และต้องจบลงด้วยการกวาดคอประจำไป) ยาเขียวน่ะหรือ เขียวสมชื่อคือเหม็นเขียวและสีเขียว เด็กๆที่ไม่สบายมักจะคลื่นไส้ง่ายอยู่แล้ว เจอยาเขียวเข้าไปคงจะรู้นะครับว่า ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร และนั่นคืออีกเหตุผลที่ทำให้ผมต้องโดนกวาดคอ(จนได้)

- ที่เล่ามานั้นเป็นยุคมืดครับ พอโตขึ้นมาอีกหน่อย กินยาเม็ดเป็น ยาแก้ไข้ร้อนในของผมก็เปลี่ยนเป็น ยาน้ำเขากุย ยาน้ำรสชาติ...(อธิบายยากแฮะ) เอาเป็นว่ารสชาติที่ทานง่าย ไม่ลำบากใช้แผนโจมตีเหมือนกวาดคอละกัน เป้าหมายเช่นผมยอมจำนนแต่โดยดี แต่ผลลัพธ์ บางทีก็ไปลงที่ที่นอนและผ้าห่มแทน ยิ่งช่วงใกล้หายไข้ด้วยแล้ว เปียกชุ่มทั้งเหงื่อและน้ำเก๊กฮวยอุ่นๆ อยู่บ่อยครั้ง (คิดว่าคงรู้กันนะครับว่าน้ำเก๊กฮวยอุ่น คือน้ำอะไร )

- เล่ามาซะดุเดือด ส่วนหนึ่่งมาจากประสบการณ์จริงของผมเอง ตอนเด็กๆผมซน+ดื้อมาก เวลาไม่สบายที มักจะหนีไม่ให้เข้าใกล้ จนกว่าจะเป็นมากนั่นแหล่ะถึงจะมานอนพะงาบๆให้จัดการ

 

ปล. พิมพ์เสร็จแล้วก็ขอตัวไปซัดยาอมตะขาบเข้าปากก่อนนะครับ คอเริ่มแห้งอีกแล้ว (นี่ตูเป็นทายาทอสูรรึเปล่าฟ่ะเนี่ย ถูกโรคกะ(ยาอม)ตะขาบในปากเสียจริง